มทส. ติดท็อป 3 ม.ไทย จากการจัดอันดับม.ชั้นนำของโลก โดย THE

 

มทส. ติดท็อป 3 ม.ไทย จากการจัดอันดับม.ชั้นนำของโลก โดย THE

 

            เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา Times Higher Education (THE) ประเทศอังกฤษ ได้เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ประจำปี ค.ศ. 2019 (World University Rankings 2019) อย่างเป็นทางการ  โดยในปีนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) อยู่ในอันดับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยปีนี้ มทส. ติดกลุ่มอันดับ 801-1000 มหาวิทยาลัยชั้นนำโลก ซึ่งแม้ว่าคะแนนในภาพรวมของ มทส. จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่อันดับระดับโลกลดลง ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งเนื่องจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการจัดอันดับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

 

         รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เผยว่า จากการประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ประจำปี 2019 หรือ World University Rankings 2019 โดย Times Higher Education หรือ THE สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกชื่อดังจากประเทศอังกฤษ ซึ่งจัดอันดับดังกล่าวเป็นปีที่ 15 ติดต่อกัน ล่าสุดได้ประกาศผลการจัดอันดับ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 โดยจัดอันดับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1000 อันดับ เป็น 1,258 อันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก และมีมหาวิทยาลัยจาก 86 ประเทศทั่วโลกได้รับการจัดอันดับ  ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับ 1 ของโลก ยังคงเป็นของ University of Oxford ประเทศอังกฤษ สำหรับมหาวิทยาลัยของไทยได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม TOP 1000 มีเพียง 5 แห่ง จากมหาวิทยาลัย 14 แห่งที่ติดอันดับในครั้งนี้ โดยมีลำดับตามการคูณค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก ดังนี้

  1. มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 601-800 (คะแนน 32.92)
  2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับที่ 801-1000 (คะแนน 25.36)
  3. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อันดับที่ 801-1000 (คะแนน 23.25)
  4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 801-1000 (คะแนน 20.73)
  5. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 801-1000 (คะแนน 19.46)

โดยในภาพรวม อันดับระดับโลก มทส. อยู่ในกลุ่มอันดับ 801-1000 เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย และเป็นอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำดังกล่าว ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัด 13 ตัวชี้วัดย่อย พร้อมน้ำหนักในการคำนวณ ดังแสดงในรูปที่ 1 โดยเป็นเกณฑ์เดียวกันกับการจัดอันดับในปี 2018 ประกอบด้วย

  • การสอน (สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้) มีน้ำหนัก 30%
  • การวิจัย (ปริมาณ รายได้ และชื่อเสียง) มีน้ำหนัก 30%
  • การอ้างอิง (อิทธิพลของการวิจัย) มีน้ำหนัก 30%
  • ความเป็นนานาชาติ (บุคลากร นักศึกษา การวิจัย) มีน้ำหนัก 7.5%
  • รายได้จากภาคอุตสาหกรรม (การถ่ายโอนความรู้) มีน้ำหนัก 2.5%

 

รูปที่ 1 ตัวชี้วัดของ THE World University Rankings 2019

(ที่มา https://www.timeshighereducation.com/world-university-rankings/methodology-world-university-rankings-2019)

 

          จากการเปรียบเทียบคะแนน ปี 2016-2019 พบว่า ในภาพรวม มทส. มีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อพิจารณารายด้านย่อย ของ ปี 2019 พบว่า ด้านที่มีคะแนนสูงที่สุด คือ ด้าน Industry Income และด้านที่คะแนนน้อยที่สุด คือ ด้าน Research โดยในด้านย่อยด้านที่มีคะแนนสูงขึ้นคือ ด้าน Citation ดังแสดงในรูปที่ 2

รูปที่ 2 ผลคะแนนตัวชี้วัดหลัก THE World University Rankings 2016-2019

 

รูปที่ 3 คะแนนที่ได้ตามตัวชี้วัดของมหาวิทยาลัยไทยตาม THE World University Rankings 2019

 

 “ผลการจัดอันดับในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง แสดงให้เห็นว่า มทส. มีศักยภาพความเข้มแข็งทางด้านวิชาการในระดับสากล มีความสำเร็จที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีพัฒนาการที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 28 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังแสดงถึงความสำเร็จในการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของไทย ซึ่งตามแนวนโยบาย SUT Re-profile 2020 ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะ มทส. กำลังเข้าสู่ยุคของศตวรรษที่ 21 ยุคของการแข่งขันที่รุนแรง ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันรวดเร็ว โดยมีเป้าประสงค์เพื่อมุ่งสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการในการผลิตกำลังคนที่มีศักยภาพให้เป็นกำลังและพลังของชาติ  ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเป็นเลิศทางการวิจัย มหาวิทยาลัยจึงต้องปรับแนวทางการทำวิจัยเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ (Country Policy Alignment) มุ่งทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น สิ่งแวดล้อมดีขึ้น สภาพเศรษฐกิจดีขึ้น ผลิตผลงานวิจัยที่มีผลกระทบสูง สามารถสร้างรายได้ และพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยที่มีศักยภาพสู่เชิงพาณิชย์ เกิดการปรับแปลง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสังคม การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม  โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับองค์ความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมถึงการมีระบบธรรมาภิบาลและระบบคุณภาพ  ควบคู่กับการมีกลยุทธ์ที่สามารถบริหารเชิงธุรกิจให้มหาวิทยาลัยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็น “วิสาหกิจเพื่อสังคม” (SUT as a Social Enterprise) เป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันดับหนึ่งของประเทศไทย และเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง” อธิการบดี มทส. กล่าว

 

ส่วนประชาสัมพันธ์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

27 กันยายน 2561

 

 

 

 

 

 


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง