มทส. แถลงความสำเร็จ ใช้ "วทน." ยกระดับศักยภาพภาคปศุสัตว์ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ สร้างอาชีพปศุสัตว์ให้มีความยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาดโลก

มทส. แถลงความสำเร็จ ใช้ "วทน." ยกระดับศักยภาพภาคปศุสัตว์ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ
สร้างอาชีพปศุสัตว์ให้มีความยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาดโลก
 
 
     มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) แถลงความสำเร็จ “โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” ยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคปศุสัตว์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้สามารถพึ่งพาตนเองและแข่งขันได้ในระดับสากล โดยใช้ วทน. เป็นกลไกขับเคลื่อนตลอดห่วงโซ่คุณค่า มีผลผลิตที่สำคัญตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อาทิ ส่งเสริมการใช้ Digital Platform จัดอบรมและสร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงโคพรีเมียม จัดตั้งศูนย์ผลิตอาหารสัตว์ TMR คุณภาพสูง 2 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดมุกดาหาร “กลางน้ำ” ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ พัฒนากระบวนการแปรรูปผ่านโรงเชือดมาตรฐาน GMP โรงงานแปรรูปที่ได้มาตรฐาน GMP อย. และฮาลาล เกิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบ 20 ผลิตภัณฑ์ เข้าสู่กระบวนการขอรับรองมาตรฐาน 18 ผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ที่เข้าสู่เชิงพาณิชย์ 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำมันเนื้อรสพริกเผา น้ำพริกเนื้อกรอบรสต้มยำ หม้อไฟหมาล่าเนื้อโคขุน และเนื้อโคขุนแผ่นอบกรอบ สำหรับ “ปลายน้ำ” เน้นการขยายโอกาสทางการตลาด จัดตั้งศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ 3 แห่ง รวมถึงดำเนินการทดสอบตลาดและสร้างกลไกการจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ 
 
 
 
 
     ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์ รักษาการแทนผู้อำนวยการเทคโนธานี มทส. ให้เกียรติเป็นประธานในการแถลงความสำเร็จโครงการฯ โดยมี อาจารย์ ดร.สุพรรณี จันทร์ภิรมณ์ ผู้รักษาการแทนรองผู้อำนวยการเทคโนธานี ฝ่ายปรับแปลง ถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี มทส. นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผู้บริหารหน่วยงาน อาจารย์ บุคลากร และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน ในงานเกษตรสุรนารี’ 69 วันที่ 11 มกราคม 2569 ณ อาคารสุรพัฒน์ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา 
 
 
 
   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์ รักษาการแทนผู้อำนวยการเทคโนธานี มทส. กล่าวว่า “โครงการฯ นี้ เป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่านการขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้สมัยใหม่ ซึ่งครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 
  • มิติของผลผลิต (Output) อาทิ ยกระดับรายได้ของเกษตรต้นน้ำ สร้างเครือข่ายเกษตรผู้เลี้ยงโคพรีเมียม ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงและจัดการฟาร์มเลี้ยงโคพรีเมียม พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์มูลค่าสูงที่สามารถจัดจำหน่ายในตลาดทั้งในและต่างประเทศ 
  • มิติของผลลัพธ์ (Outcome) อาทิ ลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้ถึง 10% ผ่านการจัดการสูตรอาหารและการผลิตพืชอาหารสัตว์เอง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20 ให้เครือข่ายเกษตรกรจากการเลี้ยงโคพรีเมียมและขายผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้มาตรฐานสากล
  • มิติของผลกระทบ (Impact) ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชน เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ถือเป็นโมเดลต้นแบบของการนำ "วทน." มาแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ สร้างอาชีพปศุสัตว์ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”
 
 
 
     นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 วช. กล่าวด้วยว่า “โครงการฯ นี้ ได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายสำคัญในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของภาคปศุสัตว์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล ในการสร้างรายได้ภาคการเกษตร โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานราก กำหนดพื้นที่ดำเนินการในจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านปศุสัตว์ คือ โคเนื้อและแพะ โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีการขับเคลื่อนผ่านกลไกระดับต่าง ๆ อย่างเป็นระบ เชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ สถาบันอุดมศึกษา และภาคประชาชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบนิเวศนวัตกรรมของภาคปศุสัตว์ในระดับภูมิภาค และยังเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภาคปศุสัตว์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG”
 
 
-------------
 
 
ส่วนประชาสัมพันธ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 
11 มกราคม 2569

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง