มทส. รับรางวัลนักวิจัยแกนนำ 62 จาก สวทช. ผุดนวัตกรรมการออกแบบถนนจากวัสดุรีไซเคิล ตอบโจทย์ประเทศไทยไร้ขยะ

มทส. รับรางวัลนักวิจัยแกนนำ 62 จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผุดนวัตกรรมการออกแบบถนนจากวัสดุรีไซเคิล ตอบโจทย์ประเทศไทยไร้ขยะ

 

          มทส. รับรางวัลและทุนสนับสนุนโครงการนักวิจัยแกนนำประจำปี 2562 จาก สวทช. ภายใต้โครงการ “นวัตกรรมการออกแบบถนนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างยั่งยืน” ตอบโจทย์ประเทศไทยด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม มุ่งสู่ประเทศไทยไร้ขยะ และความปลอดภัยทางถนน พร้อมพัฒนาต้นแบบการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์

 

 

          (19 ธันวาคม 2562) ณ ห้องปัทมชาติ ชั้น 23 โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมแถลงข่าวและพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมดำเนินการวิจัย โครงการนักวิจัยแกนนำ โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และร่วมแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน มทส. หัวหน้าทีมวิจัยที่ได้รับรางวัลและทุนสนับสนุนโครงการนักวิจัยแกนนำ ภายใต้โครงการ “นวัตกรรมการออกแบบถนนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างยั่งยืน”

 

   

       ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข เปิดเผยว่า นักวิจัยแกนนำ ไม่ได้เป็นเพียงทุนวิจัยขนาดใหญ่ แต่เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่นักวิจัยชั้นนำของประเทศใฝ่ฝัน  ขอขอบมหาวิทยาลัยที่ให้การสนับสนุนและแนวคิดในการดำเนินงานวิจัย จนได้มีโอกาสได้รับทุนในครั้งนี้  และขอขอบคุณผู้บริหาร สวทช รวมทั้งคณะกรรมการพิจารณาทุนนักวิจัย ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโครงการวิจัย เรื่อง “นวัตกรรมการออกแบบถนนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน”  และคัดเลือกให้เป็นนักวิจัยแกนนำ ประจำปี พ.ศ. 2562 โดยโครงการวิจัยนี้ จะตอบ Flagship ด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม ทั้งด้าน Zero Waste Thailand (ประเทศไทยไร้ขยะ) และความปลอดภัยทางถนน  ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรมการประยุกต์ใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นวัสดุทำถนนที่มีความมั่นคงแข็งแรง โดยจะมุ่งเน้นให้เกิดการนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในเชิงพานิชย์ ตามนโยบายอย่างยั่งยืนของชาติ  โดยจะมีการวิจัยทั้ง การวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและในสนาม  การสร้างมาตรฐานวัสดุ การทดสอบ และการออกแบบถนน รวมถึงการสร้างโรงงานต้นแบบ เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้จะใช้ระยะเวลาดำเนินโครงการ  5 ปี

 

         ถนนเป็นโครางสร้างพื้นฐานที่จำเป็นยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศใน 20 ปีข้างหน้า จากคาดคะเนของกระทรวงคมนาคม ในปี พ.ศ. 2563  ความต้องการเดินทางและการค้าจะมีมากถึง 3.07 ล้านคนต่อเที่ยวต่อวัน โครงข่ายของประเทศ ซึ่งรวมทั้งถนนกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และเทศบาล มีความยาวถึง 466,770 กิโลเมตร  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น หากสามารถสร้างถนนให้มีความคงทนแข็งแรง ก็จะช่วยลดงบประมาณในการซ่อมบำรุงถนน และลดอุบัติเหตุทางถนน ได้อย่างมีนัยสำคัญ  นอกจากนี้  หากสามารถนำวัสดุรีไซเคิล มาใช้ในการก่อสร้างถนนได้ ก็จะช่วยลดปริมาณขยะและลดปริมาณการใช้วัสดุธรรมชาติได้อย่างมีนัยสำคัญ

          ถนนประกอบด้วยผิวทางและโครงสร้างทาง ดังนั้น ความมั่นคงแข็งแรงของถนนจึงขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของทั้งผิวทางและโครงสร้างทาง ซึ่งอยู่ใต้ผิวทาง ในส่วนของผิวทาง (ถนนคอนกรีตและถนนลาดแอสฟัลต์คอนกรีต)  งานวิจัยนี้จะเสริมความแข็งแรงด้วยการเติมสารผสมเพิ่ม พวกโพลิเมอร์และไฟเบอร์  ขณะที่ในส่วนของโครงสร้างทาง  งานวิจัยนี้จะประยุกต์ใช้วัสดุรีไซเคิล เป็นวัสดุโครงสร้างทางแทนวัสดุธรรมชาติ ได้แก่ หินคลุกและดินลูกรัง  วัสดุวัสดุรีไซเคิล ที่จะใช้ในงานวิจัยนี้  ได้แก่  เศษขวดพลาสติก เศษแอสฟัลต์คอนกรีต เศษคอนกรีต และตะกรันเหล็ก

 

          เนื่องจากวัสดุดังกล่าวเป็นวัสดุที่มีความแตกต่างจากมาตรฐานของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จึงไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างแพร่หลาย  ดังนั้น  หากต้องการให้วัสดุดังกล่าวนี้สามารถนำมาประยุกต์ได้จริง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการศึกษาอย่างครบวงจร  ซึ่งประกอบด้วย การทดสอบคุณสมบัติพลวัตของวัสดุผิวทางและวัสดุรีไซเคิล ในห้องปฏิบัติการ การทดสอบพฤติกรรมของถนนจริง การสร้างมาตรฐานวัสดุ มาตรฐานทดสอบ และมาตรฐานก่อสร้าง และการสร้างโรงงานย่อยวัสดุรีไซเคิลต้นแบบ

          “ผมคิดว่าเมื่อโครงการวิจัยนี้ประสบความสำเร็จ เราจะได้ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง มีผลกระทบสูง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมมหาวิทยาลัยไทยก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก และที่สำคัญได้มาตรฐานวัสดุ มาตรฐานก่อสร้าง และมาตรฐานการออกแบบ รวมถึงการสร้างธุรกิจใหม่ในการประยุกต์ใช้วัสดุรีไซเคิลในงานวิศวกรรมถนนของไทย ตอบโจทย์ทั้ง Zero Waste Thailand และความปลอดภัยทางถนนในที่สุด”

 

ส่วนประชาสัมพันธ์

19 ธ.ค. 62 

 


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง