มทส. เดินหน้า มหาวิทยาลัยยั่งยืน ระดับโลก เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ การวิจัย และคุณภาพชีวิต สู่เมืองมหาวิทยาลัยน่าอยู่

ศูนย์บรรณสาร

มทส. เดินหน้า “มหาวิทยาลัยยั่งยืน” ระดับโลก

เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ การวิจัย และคุณภาพชีวิต สู่เมืองมหาวิทยาลัยน่าอยู่

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ล่าสุด คว้าอันดับ 1 ร่วมของประเทศ ด้านการจัดการของเสีย (Waste) พร้อมขยับขึ้นเป็นอันดับ 4 ของไทย และอันดับ 66 ของโลก ในการจัดอันดับ UI GreenMetric World University Rankings 2026 ประกาศผลเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษาจาก 110 ประเทศทั่วโลก รวม 2,016 แห่ง ซึ่งมีมหาวิทยาลัยในประเทศไทย 65 แห่ง เข้าร่วมการประเมิน




รายงานการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Fact File Analysis)
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวโลก (UI GreenMetric Sustainable University Rankings)
ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประเทศไทย ประจำปี 2026


ผลการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนถึงการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างสมดุลทั้ง 7 มิติสำคัญของกรอบการประเมินในปี 2026 ได้แก่

1. การจัดการพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน (Setting and Infrastructure: SI) มีการวางผังเมืองมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน มีสัดส่วนพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวสูงถึงร้อยละ 95.81 จากพื้นที่ทั้งหมด มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับผู้พิการและกลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่เข้าถึงและระงับเหตุฉุกเฉินได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที

การจัดการพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน

2. พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Energy and Climate Change: EC) ยกระดับอาคารเป็น Smart Building ร้อยละ 66 ของพื้นที่อาคารทั้งหมด เป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด โดยผลิตและใช้พลังงานหมุนเวียน เป็นมหาวิทยาลัยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Campus) ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยต่อประชากรเหลือเพียง 0.765 ตันต่อคนต่อปีเท่านั้น

พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 1 พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2

3. การจัดการของเสีย (Waste: WS) มีระบบการจัดการขยะและของเสียที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืน โดยมีโรงจัดการขยะแบบครบวงจรภายในมหาวิทยาลัย ที่สามารถบริหารจัดการขยะได้ร้อยละ 98 และสร้างรายได้จากการบริหารจัดการขยะ เฉลี่ย 9 แสนบาทต่อปี เพื่อเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย มีการดำเนินการบำบัดน้ำเสียผ่านเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 100

การจัดการของเสีย 1 การจัดการของเสีย 2

4. การจัดการน้ำ (Water: WR) บริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการประหยัดน้ำและการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ควบคู่ไปกับการติดตั้งสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำสูงถึงร้อยละ 78.10

การจัดการน้ำ

5. การเดินทางและคมนาคม (Transportation: TR) มุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุทางถนนและลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลประเภทเครื่องยนต์สันดาปภายใน ส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.72 ตลอดจนส่งเสริมการใช้จักรยาน

การเดินทางและคมนาคม

6. การศึกษาและการวิจัย (Education and Research: ED) มีสัดส่วนรายวิชาด้านความยั่งยืนสูงถึงร้อยละ 81.35 รวมทั้งจัดสรรงบประมาณเพื่อการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 80.24 ของทุนวิจัย มีผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) คิดเป็นสัดส่วนผลงานตีพิมพ์ต่อจำนวนอาจารย์และนักวิจัย คิดเป็นอัตราส่วน 1.39 และได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งผลกระทบเชิงบวกและสนับสนุนเป้าหมาย SDGs ในระดับสูงมาก

การศึกษาและการวิจัย

7. ธรรมาภิบาลและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Governance and Digitalization: GD) ยกระดับการทำงานสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) รวมทั้งมีนโยบายธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ตลอดจนจัดให้มีหน่วยงานและบุคลากรที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนงานความยั่งยืน

จาก “Green University” สู่ “Sustainable University”

มทส. มีแนวทางการพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเปิดรับนักศึกษาในปี 2536 โดยมีนโยบาย “Green and Clean University” และการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเดิมกว่า 6,000 ไร่ ควบคู่กับการพัฒนาระบบน้ำ พลังงาน การจัดการขยะ และภูมิทัศน์ภายในมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จในการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากผลการจัดอันดับ UI GreenMetric ในปีนี้ ที่อันดับของ มทส. ขยับขึ้นทั้งในระดับประเทศจากอันดับที่ 5 และในระดับโลกจากอันดับที่ 71 รวมถึงได้คะแนนรวม 8,875 คะแนน เพิ่มขึ้น 127.50 คะแนน จากปีที่ผ่านมา โดยยังคงความเข้มแข็งด้านการจัดการของเสีย (Waste) ซึ่งอยู่ในอันดับ 1 ร่วมของประเทศ

ประกอบกับผลการจัดอันดับ THE Impact Rankings 2026 ยังสะท้อนพัฒนาการด้านความยั่งยืนของ มทส. โดยอยู่ในกลุ่ม 201–300 ของโลก ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นใน SDG 6, SDG 12 และ SDG 15 เกี่ยวข้องกับน้ำสะอาด การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และระบบนิเวศบนบก

การจัดอันดับ THE Impact Rankings

“เมืองมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่” คือเป้าหมายที่มากกว่าคำว่า Green

สำหรับ มทส. ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสร้าง ระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การวิจัย การทำงาน และการใช้ชีวิต ด้วยแนวคิด Residential University มทส. มุ่งพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็น “เมืองมหาวิทยาลัยที่มีชีวิต” ซึ่งผู้เรียน บุคลากร และชุมชนสามารถใช้ชีวิต เรียนรู้ และทำงานร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล

ดังนั้น ทุกการพัฒนา ตั้งแต่พื้นที่สีเขียว ระบบสาธารณูปโภค การจัดการพลังงานและน้ำ การลดขยะ การเดินทางภายในมหาวิทยาลัย ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Sustainable University ในระยะยาว

เมืองมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่

มากกว่ารางวัล คือ “การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง”

มทส. ให้ความสำคัญกับการจัดอันดับในฐานะ เครื่องมือสะท้อนและพัฒนาการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย มากกว่าการมุ่งหมายที่อันดับเพียงอย่างเดียว เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของคนในมหาวิทยาลัย และสามารถส่งต่อประโยชน์ไปยังสังคม

• จาก Green Campus สู่ Sustainable University

• จากพื้นที่มหาวิทยาลัย สู่ เมืองมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่

• จากการบริหารทรัพยากร สู่ การสร้างคุณค่าเพื่อคนและสังคม

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มุ่งเดินหน้าสู่การเป็น มหาวิทยาลัยยั่งยืนระดับโลก ที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

 



ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง