มทส. เจ๋ง ติดอันดับ 3 ม.ไทย จากการจัดอันดับ ม.ชั้นนำของโลก โดย THE
มทส. เจ๋ง ติดอันดับ 3 ม.ไทย จากการจัดอันดับ ม. ชั้นนำของโลก โดย THE
เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา Times Higher Education (THE) ประเทศอังกฤษ ได้เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ประจำปี ค.ศ. 2018 (World University Rankings 2018) อย่างเป็นทางการ โดยในปีนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ติดกลุ่มอันดับ 601-800 มหาวิทยาลัยชั้นนำโลก เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ก้าวกระโดดขึ้นอยู่ในกลุ่มท็อป 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย จากอันดับ 5 เมื่อปีที่ผ่านมา แสดงถึงศักยภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ย้ำภาพความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยที่พร้อมมุ่ง Global Vision : Local Missions” สร้างสรรค์ความรู้ คู่เคียงสังคม มุ่งสู่มาตรฐานสากล

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เผยว่า "จากการประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ประจำปี 2018 หรือ World University Rankings 2018 โดย Times Higher Education หรือ THE สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกชื่อดังจากประเทศอังกฤษ ซึ่งจัดอันดับดังกล่าวเป็นปีที่ 14 ติดต่อกัน ล่าสุดได้ประกาศผลการจัดอันดับ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 โดยจัดอันดับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 980 อันดับ เป็น 1,000 อันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก และมีมหาวิทยาลัยจาก 77 ประเทศทั่วโลกได้รับการจัดอันดับ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับ 1 ของโลก ยังคงเป็นของ University of Oxford ประเทศอังกฤษ สำหรับมหาวิทยาลัยของไทยได้รับการจัดอันดับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งมีเพียง 9 แห่ง เพิ่มเป็น 10 แห่งที่ติดอันดับในครั้งนี้ โดยมีลำดับตามการคูณค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก ดังนี้
1. มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 501-600
2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 601-800
3. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อันดับที่ 601-800
4. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับที่ 601-800
5. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 801-1000
6. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับที่ 801-1000
7. มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันดับที่ 801-1000
8. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อันดับที่ 801-1000
9. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับที่ 801-1000
10. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ อันดับที่ 1000+
สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำดังกล่าว ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัดและมีตัวชี้วัดย่อย พร้อมน้ำหนักในการคำนวณ ดังแสดงในรูปที่ 1 โดยเป็นเกณฑ์เดียวกันกับการจัดอันดับในปี 2017 ประกอบด้วย
- การสอน (สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้) มีน้ำหนัก 30%
- การวิจัย (ปริมาณ รายได้ และชื่อเสียง) มีน้ำหนัก 30%
- การอ้างอิง (อิทธิพลของการวิจัย) มีน้ำหนัก 30%
- ความเป็นนานาชาติ (บุคลากร นักศึกษา การวิจัย) มีน้ำหนัก 7.5%
- รายได้จากภาคอุตสาหกรรม (การถ่ายโอนความรู้) มีน้ำหนัก 2.5%

รูปที่ 1 ตัวชี้วัดของ THE World University Rankings 2018
(ที่มา https://www.timeshighereducation.com/world-university-rankings/methodology-world-university-rankings-2018)
จากการนำข้อมูลของคะแนนที่ได้ตามตัวชี้วัดของมหาวิทยาลัยไทยตาม THE World University Rankings 2018 มาเปรียบเทียบดังที่แสดงในรูปที่ 2 จะเห็นได้ว่า มทส. ได้รับคะแนนที่ดีใน 3 ตัวชี้วัด ได้แก่ การอ้างอิง (อิทธิพลของการวิจัย) รายได้จากภาคอุตสาหกรรม (การถ่ายโอนความรู้) และความเป็นนานาชาติ (บุคลากร นักศึกษา การวิจัย) ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยที่ได้มาตรฐานสากล และศักยภาพของคณาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยในการผลิตผลงานวิจัยคุณภาพสูง และการปรับแปลงถ่ายทอดเทคโนโลยีและการบริการวิชาการสู่ชุมชนของมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี

รูปที่ 2 คะแนนที่ได้ตามตัวชี้วัดของมหาวิทยาลัยไทยตาม THE World University Rankings 2018
“ผลการจัดอันดับในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง แสดงให้เห็นว่า มทส. มีศักยภาพความเข้มแข็งทางด้านวิชาการในระดับสากล มีความสำเร็จที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีพัฒนาการที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 27 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังแสดงถึงความสำเร็จในการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของไทย ที่ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในก้าวต่อไป มหาวิทยาลัยยังคงต้องมีการ "รุก รับ ปรับตัว" สู่ Thailand 4.0 มุ่งสู่ “มทส. 4.0 มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม” ที่พร้อมก้าวต่อไปเพื่อ “Global Vision : Local Missions” สร้างสรรค์ความรู้คู่เคียงสังคม มุ่งสู่มาตรฐานสากล เป็นแหล่งสร้างคนสร้างนวัตกรรม ผลิตบัณฑิตพร้อมทำงาน ที่มีความรู้ในวิชาชีพตรงตามความต้องการตลาดแรงงาน และสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อเป็นที่พึ่งของสังคมต่อไป” อธิการบดี มทส. กล่าวในที่สุด


ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาเทคโนโลยี และศาสตราจารย์ ดร.สันติ แม้นศิริ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาความเป็นสากล เข้าร่วมประชุมและรับฟังการประกาศผล THE World University Ranking 2018 อย่างเป็นทางการ ณ THE World Academic Summit 2017, King's College London ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่ง มทส. ได้รับการจัดอันดับในกลุ่มอันดับ 601-800 มหาวิทยาลัยชั้นนำโลก เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และอยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศ




ส่วนประชาสัมพันธ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
6 กันยายน 2560
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
- มทส. เดินหน้า มหาวิทยาลัยยั่งยืน ระดับโลก เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ การวิจัย และคุณภาพชีวิต สู่เมืองมหาวิทยาลัยน่าอยู่ 25 กันยายน 2569
- มทส. ขอแสดงความยินดีกับ นพ.ศิลา จิรวิกรานต์กุล ศิษย์เก่าแพทยศาสตร์ รุ่นที่ 2 ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ 24 กันยายน 2569
- มทส. คว้า รางวัลระดับการส่งเสริมความรู้ เหรียญทองแดง จากโครงการ Safe Campus, Smart Data โดย สคส. 24 กันยายน 2569
- ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิต มทส. ในโอกาสได้รับรางวัลบัณฑิตดีเยี่ยม ประจำปี 2569 21 กันยายน 2569
- มทส. มหาวิทยาลัยแห่งโอกาส เปิดรับนักศึกษาใหม่ รอบ 1: Portfolio ปีการศึกษา 2570 สร้างโอกาสสู่ บัณฑิตคุณภาพสูง พร้อมทักษะแห่งอนาคต 17 กันยายน 2569
- มทส. ชื่นชมเคสส่งต่อรอดชีวิต รพ.เสิงสาง - รพ.มทส. โชว์ศักยภาพเครือข่ายสุขภาพโคราช ใช้ Bedside Ultrasound วินิจฉัยเฉียบขาด ช่วยผู้ป่วยวิกฤตปลอดภัย 11 กันยายน 2569
- มทส. วิเคราะห์เหตุอาคารสั่นไหวที่บุรีรัมย์ ชี้ไม่ใช่แผ่นดินไหว ยันไร้รอยเลื่อนมีพลัง คาดเกิดจากกิจกรรมมนุษย์ แนะแนวทางอพยพปลอดภัย 03 กันยายน 2569
- มทส. จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 02 กันยายน 2569
- มทส. ผนึกกำลัง 3 สถาบันชั้นนำ จุฬา-สดร.-สซ ขยายความร่วมมือ โครงการไทย-จูโน ตามพระราชดำริฯ มุ่งสู่งานวิจัยและการทดลองทางฟิสิกส์พลังงานสูงระดับโลก 31 สิงหาคม 2569
- นักวิจัย มทส. นำทีมสตาร์ทอัพ คว้า 3 รางวัลนานาชาติ ในงาน IEI 2026 นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เปลี่ยนหลอดลมสัตว์เหลือทิ้งสู่คอลลาเจนชนิดที่-2 และเปปไทด์เสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง 26 สิงหาคม 2569


