|
มหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอน เป็นระบบไตรภาค (Trimester) ปีการศึกษาหนึ่ง ๆ
แบ่งเป็น 3 ภาคการศึกษา โดยมีเวลาเรียนภาคการศึกษาละ 13 สัปดาห์ ในปีการศึกษา 2544 เปิดรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาใน 19 สาขาวิชา ดังนี้
1. คณิตศาสตร์ประยุกต์
สาขาวิชาคณิตศาสตร์ ได้เปิดสอนในระดับปริญญามหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต สาขา
วิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษามีความรู้เชิงทฤษฎีและ
เชิงประยุกต์ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาวิธีการเชิงคณิตศาสตร์สำหรับ
แก้ปัญหาทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ คณาจารย์ของสาขาวิชาที่ทำหน้าที่เป็น
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์จะแนะนำและช่วยนักศึกษากำหนดหัวข้อวิทยานิพนธ์ตามความเชี่ยว
ชาญเชิงวิจัย ซึ่งมีกลุ่มวิจัยหลัก ๆ กล่าวคือ
Applied Analysis : control theory, wavelet theory
Computational Mathematics : finite element method, computational fluid dynamics, computer
aided graphic design, numerical optimization, parallel algorithm design.
Differential Equations : analytical methods for constructing exact solutions of partial
differential equations, dynamical systems.
2. ฟิสิกส์
เน้นการศึกษาฟิสิกส์ทฤษฎี (Theoretical Physics) ทางทฤษฎีสัมพันธภาพ ทฤษฎี
สนามควอนตัม และอนุภาคมูลฐาน และฟิสิกส์ด้านเครื่องเร่งอนุภาค (Accelerator Physics) โดยมี
ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ (National Synchrotron Research
Center) เป็นสถานที่สนับสนุนการศึกษาและวิจัยในด้านนี้ สาขาวิชาฟิสิกส์จะเน้นสาขาวิชาย่อย
อื่น เช่น ฟิสิกส์นิวเคลียร์ ฟิสิกส์ของแข็ง ในโอกาสต่อไป
3. เคมี
การศึกษาในหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาเคมี เป็นหลักสูตรซึ่งเน้นการวิจัยในเคมี
แขนงต่าง ๆ คือ เคมีอนินทรีย,์ เคมีอินทรีย์, เคมีวิเคราะห์, เคมีเชิงฟิสิกส์, เคมีคำนวณ และเคมี
ประยุกต์ นักศึกษาจะต้องศึกษารายวิชาต่าง ๆ เพื่อเป็นพื้นฐานรองรับในการ
ทำวิจัยและทำให้นักศึกษามีความสามารถในการตัดสินแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแขนงวิชาที่
เลือกทำการวิจัยได้การศึกษาในหลักสูตร จะทำให้นักศึกษาสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่
ได้รับไปประยุกต์ในการวิจัย และในอุตสาหกรรมเคมี เพื่อให้ประเทศไทยก้าวทันกับการเปลี่ยน
แปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง
นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ สาขาวิชาเคมี มีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่มีความเหมาะ
สม เช่น ทุนปริญญาเอก-กาญจนาภิเษก ทุนผู้ช่วยสอนและผู้ช่วยวิจัย และนักศึกษายังสามารถขอ
ทุนบัณฑิตศึกษาภายในประเทศจาก สวทช. ได้อีกด้วย
4. ชีววิทยาสิ่งแวดล้อม
วัตถุประสงค์ของหลักสูตรระดับปริญญาโทและเอกสาขาชีววิทยาสิ่งแวดล้อม มุ่งที่จะ
ผลิตบัณฑิตที่สามารถดำเนินการวิจัยด้านชีววิทยาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย เป็นการค้นคว้า
ศึกษา วิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและ
ยั่งยืน มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้มีพื้นฐานความรู้ทางชีว
วิทยา และเปิดโอกาสให้เลือกศึกษาและทำวิทยานิพนธ์ในสาขาต่าง ๆ ดังนี้คือ 1) นิเวศวิทยา 2)
ความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ 3) สรีรวิทยาสิ่งแวดล้อม 4) นิเวศพันธุศาสตร์ 5)
เซลล์และอณูวิทยา และ 6) พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม มีทุนการศึกษาสำหรับผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม
เช่น ทุนผู้ช่วยสอนผู้ช่วยวิจัย ทุนกาญจนาภิเษก และทุนสวทช. เป็นต้น นอกจากนี้หลักสูตรชีว
วิทยาสิ่งแวดล้อมยังเปิดโอกาสการทำวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างประเทศด้วย
5.
เทคโนโลยีเลเซอร์
เทคโนโลยีเลเซอร์ เป็นวิทยาการใหม่ที่มีการนำไปประยุกต์ใช้ในหลาย ๆ ด้าน โดย
เฉพาะทางด้านอุตสาหกรรม กระบวนการประมวลข้อมูลทางแสง ตลอดจนการตัด เจาะ เชื่อม
และวัดละเอียดในด้านต่าง ๆ หลักสูตรนี้เน้นถึงภาคทฤษฎี และการนำไปประยุกต์ใช้ในทางอุต
สาหกรรม และการวัดระดับพลังงานแสง นักศึกษาที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์, เคมี,
คณิตศาสตร์) วิศวกรรมไฟฟ้าวิศวกรรมโทรคมนาคม วิศวกรรมเครื่องกล หรือหลักสูตรวิชาการ
อื่นที่ใกล้เคียงกันกับวิชาการดังกล่าว สามารถเรียนต่อในหลักสูตรนี้ได้เป็นอย่างดี และหลักสูตรนี้
ยังแบ่งออกเป็น 2 แขนงวิชาย่อย คือ เทคโนโลยีเลเซอร์ (Laser Technology) และ ออฟติคอล
อินฟอร์เมชั่นโปรเซซิ่ง (Optical Information Processing) ซึ่งจะเป็นขบวนการที่เกี่ยวกับทางด้าน
โฟตอนนิกส์ (Photonics)
6. ชีวเคมี
มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับโครงสร้างของชีวโมเลกุล ความสัมพันธ์ระหว่างโครง
สร้างและหน้าที่ของชีวโมเลกุล และการทำวิศวกรรมโมเลกุล เพื่อประโยชน์ทางด้านการแพทย์
อุตสาหกรรม เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ การศึกษาและวิจัยในลักษณะ
ดังกล่าวอาจนำไปสู่การผลิตในระดับต้นแบบ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเข้าสู่อุตสาหกรรมได้
นอกจากการศึกษารายวิชาของสาขาวิชาเองแล้ว ผู้เรียนยังสามารถเลือกเรียนวิชาของสาขาอื่นที่
เกี่ยวข้องได้อีกด้วย หรืออาจเลือกเรียนหลักสูตรแผนวิทยานิพนธ์อย่างเดียวก็ได้ ทั้งนี้จะต้องมีพื้น
ฐานทางชีวเคมีอย่างดีมาก่อน
7. จุลชีววิทยา
การศึกษาในหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาจุลชีววิทยาจะเน้นการศึกษาและวิจัยใน 3
ทางคือ
1) จุลชีววิทยาทางการเกษตรและอุตสาหกรรม นำความรู้ด้าน จุลชีววิทยามาใช้ในการควบคุมศัตรู
พืชโดยวิธี การผลิตพลังงานจากวัสดุที่ได้จากการเกษตร การป้องกันและถนอมอาหาร การผลิต
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กรดอินทรีย์ เอธานอล เป็นต้น
2) จุลชีววิทยาทางด้านสิ่งแวดล้อม ศึกษาความรู้ด้านจุลชีววิทยาทีสามารถนำไปช่วยทำให้ ระบบ
นิเวศสมดุล ช่วยการบำบัด ของเสียที่เป็นอันตรายโดยวิธีการทางชีวภาพ(bioremediation)
3) จุลชีววิทยาทางการแพทย์ ศึกษาและพัฒนาความรู้ทางด้านจุลชีววิทยาเกี่ยวกับการติดเชื้อ การ
ป้องกัน การรักษาและผลิตสารสำคัญต่างๆ ทางการแพทย์ที่จะนำประโยชน์มาสู่วงการแพทย์และ
สาธารณสุข
8. ภาษาอังกฤษศึกษา
ภาษาอังกฤษศึกษาเป็นหลักสูตรซึ่งมุ่งความเป็นเลิศในการผลิตนักวิชาการชั้นสูงที่
สามารถไปปฏิบัติงานด้านที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ ทำการสอน การวิจัย และใช้เทคโนโลยีใน
การศึกษาภาษาอังกฤษ โดยเลือกตามกลุ่มวิชาที่ผู้เรียนสนใจ ซึ่งมีหลากหลาย
ทั้งด้านเนื้อหาภาษา การประยุกต์ใช้ภาษาอังกฤษ การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ และการจัดสภาพการ
เรียน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีแบบต่าง ๆ รวมทั้งการวิจัย
9. เทคโนโลยีการผลิตพืช
เป็นหลักสูตรสาขาเกษตรศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ขั้นสูง เพื่อการเพิ่มผลผลิต
ของพืชให้สูงขึ้นทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ โดยเน้น 2 สาขาย่อย คือ
* สาขาปรับปรุงพันธุ์พืช โดยใช้เทคนิคการปรับปรุงพันธุ์พืชทั่วไป และการใช้เทคโนโลยีที่ทัน
สมัยด้านโมเลกุล การตัดต่อยีน
* สาขาการผลิตพืช เน้นการผลิตและการจัดการการผลิต การศึกษาวิจัยโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
การปรับปรุงและการประยุกต์ใช้ เทคนิคการผลิตในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือจำกัด
10. เทคโนโลยีการผลิตสัตว์
แบ่งเป็น 2 สาขาย่อย คือ
1) สาขาโภชนศาสตร์สัตว์ (Animal Nutrition) ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาอาหารสัตว์
2) สาขาการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (Animal Breeding) ศึกษาและวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์
11. เทคโนโลยีชีวภาพ
เพื่อผลิตบัณฑิตในระดับปริญญามหาบัณฑิตและดุษฏีบัณฑิต ที่มีความรู้ความสามารถ
ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยเน้นวิชาจุลชีววิทยาประยุกต์ ชีวเคมี พันธุวิศวกรรม วิศวกรรม
กระบวนการ และเทคโนโลยีของเซลล์ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกเรียนในสาขาวิชาเทคโนโลยี
ชีวภาพของพืช ของสัตว์ เทคโนโลยีชีวภาพของการเกษตร เป็นต้น เพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศทาง
วิชาการทั้งในระดับภายในและต่างประเทศ สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพจึงได้เปิดสอนในหลัก
สูตรนานาชาติ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเลือกทำวิจัยในต่างประเทศได้อีกด้วย
12. เทคโนโลยีอาหาร
หลักสูตรบัณฑิตศึกษา จะเน้นการศึกษาวิจัยทางด้าน กายภาพและเคมีอาหาร จุลชีว
วิทยาอาหาร กระบวนการแปรรูปอาหาร และการพัฒนาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์และปลาน้ำจืด
ตลอดจนของเหลือเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยการศึกษาวิจัยจะเป็นการศึกษาในแนวลึกเพื่อให้ได้ข้อมูลซึ่ง
เป็นวิทยาศาสตร์ สำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศการ
เรียนการสอนจะเน้นภาษาอังกฤษ
13. วิศวกรรมเครื่องกล
เพื่อผลิตบัณฑิตในระดับปริญญามหาบัณฑิตและปริญญาดุษฎีบัณฑิต ที่มีความรู้ ความ
สามารถและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชาชีพวิศวกรรมเครื่องกล โดยสามารถนำความรู้และ
ประสบการณ์ที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของสังคมและประเทศชาติ
ได้อย่างมีคุณค่า มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
เพื่อมุ่งเน้นความเป็นมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับจากสถาบันการศึกษาทั้งภายในและต่างประเทศ
อีกทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพและการพัฒนางานวิจัยทั้งด้านวิศวกรรมเครื่องกลโดยตรงและ
การผสมผสานกับสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพทางด้านการศึกษาและการ
บริการวิชาการให้กับบัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องสาขาวิชา
วิศวกรรมเครื่องกล มุ่งเน้นการวิจัยในแขนงวิชาชีพ เช่น Solid Mechanics and Machine Design,
Thermal Engineering and Heat Transfer, Fluid Mechanics and Thermodynamics, Automatic
Control and Dynamics และ Internal Combustion Engines and Automotive Engineering เป็นต้น
14. วิศวกรรมไฟฟ้า
เน้นการวิจัยทางด้านระบบควบคุม ระบบชาญฉลาด การดำเนินกระบวนการภาพ และ
การอนุรักษ์พลังงาน ดังนั้นผู้สมัครจึงต้องเลือกและระบุกลุ่มงานวิจัยที่ตนสนใจอย่างเด่นชัด หลัก
สูตรมีให้เลือกทั้งแบบปฏิบัติงานวิจัยล้วน ๆ และแบบที่มีการเรียนรายวิชาร่วมกับงานวิจัยรายวิชา
จะเปิดสอนเพื่อสนับสนุนงานวิจัยในกลุ่มต่าง ๆ ที่กล่าวข้างต้น
15. วิศวกรรมโยธา
เป็นสาขาที่ศึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์การออกแบบและการจัดการ ซึ่งเป็นการประยุกต์
ใช้ความรู้ทางวิชาการที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในงานโยธาด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การ
วิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างทุกประเภท การศึกษาแหล่งน้ำ การศึกษาพฤติกรรมของดินใน
การรับแรง เป็นต้น การศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาจะมุ่งเน้นพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้และความ
พร้อมเฉพาะทางในแขนงต่าง ๆ ของวิศวกรรมโยธา เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แขนงวิชาที่คาดว่าจะเปิดสอนประกอบด้วย
วิศวกรรมโครงสร้าง วิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมปฐพีกลศาสตร์ และการบริหารงานก่อสร้าง
16. วิศวกรรมเคมี
ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการแปรรูปวัตถุดิบ โดยอาศัยกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
และกระบวนการแยกสาร เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในสังคมยุคใหม่
เป็นกระบวนการผลิตในเชิงพาณิชย์ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและด้านเศรษฐศาสตร์เป็นสำคัญ ใน
หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาจะเน้นการเรียนรายวิชาชั้นสูง ซึ่งประกอบด้วยวิชาแกนและวิชาเลือก
เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับงานทางวิศวกรรมเคมี เช่น วัสดุศาสตร์ สิ่งแวดล้อม พลังงาน เทคโนโลยี
ชีวภาพ เป็นต้น โดยรายวิชาเลือกจะเป็นพื้นฐานที่สนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา
17. วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
เป็นการศึกษาด้านวิศวกรรมการควบคุมมลพิษ ซึ่งเน้นการนำหลักการวิศวกรรมมาใช้
ในการจัดการของเสีย และเทคโนโลยีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาและ
นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
18. วิศวกรรมพอลิเมอร์
กระบวนการศึกษาในาขาวิชาวิศวกรรมพอลิเมอร์ชั้นสูงนั้น จะประกอบไปด้วยกลุ่มราย
วิชาหลัก 3 กลุ่มรายวิชาหลักคือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์และตรวจสอบโครงสร้างของ
พอลิเมอร์ ส่วนกลุ่มที่ 2 จะเป็นกลุ่มรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติ
เชิงกลของพอลิเมอร์ ส่วนกลุ่มวิชาสุดท้ายจะเป็นกลุ่มวิชาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและควบคุม
กระบวนการผลิต และการขึ้นรูปวัสดุพอลิเมอร์ เพื่อที่ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้เรียนมา ออก
ไปใช้ในการศึกษาวิจัยวัสดุพอลิเมอร์ชนิดใหม่หรือใช้วิจัยออกแบบและพัฒนากระบวนการผลิต
ทางด้านพอลิเมอร์ได้ ฉะนั้น ผู้ที่จะเรียนในสาขาวิชาวิศวกรรมพอลิเมอร์ควรจะมีความรู้พื้นฐาน
ทางด้านวิทยาศาสตร์และความรู้พื้นฐานทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ควบคู่กันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่
ได้ จะต้องใช้ความรู้นั้นทางด้านเคมี ความรู้ทางด้านกลศาสตร์ของไหล (Fluid Mechanics) และ
ความรู้ที่เกี่ยวกับการคำนวณเชิงตัวเลข (Numerical Computation) ด้วย
19. เทคโนโลยีธรณี
การศึกษาธรณีวิทยาไปประยุกต์ในงานวิศวกรรม ซึ่งครอบคลุมงานแขนงต่าง ๆ คือ การ
สำรวจ และพัฒนาทรัพยากรธรณีประกอบด้วยน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ น้ำบาดาล แร่ และหิน การ
สำรวจทางวิศวกรรมธรณีในงานฐานรากของการก่อสร้างเขื่อน ถนน และสนามบิน ตลอดจนงาน
ด้านเสถียรภาพของความลาดเอียง การขุดเจาะ และการเจาะอุโมงค์ในหิน การศึกษา ป้องกัน และ
บรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มีสาเหตุจากขบวนการทางธรณีวิทยา เช่น แผ่นดินทรุด แผ่นดิน
ถล่ม แผ่นดินไหวน้ำท่วม และการกัดเซาะชายฝั่งทะเล เป็นต้น
|